20 มีนาคม 2562 นิติฯสัตว์ป่า ตั้งคำถามผิดแค่มีไก่ฟ้าหลังเทา "ซุปหางเสือดำ”หาย?

ที่มา:

 http://news.thaipbs.or.th/content/278534

 

ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวว่าผลการพิพากษาคดีล่าสัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ที่ศาลจังหวัดทองผาภูมิ ตัดสินจำคุก 16 เดือนไม่รอลงอาญาประธานบริหารบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) และพวกโดยจำคุก 16 เดือน และการยกฟ้องข้อหาร่วมกันเก็บหาของป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติ และข้อหาร่วมกันมีซากสัตว์ป่าคุ้มครอง (เสือดำ) แสดงให้เห็นถึงความพยายามของหน่วยงานที่เกี่ยวกับข้อง กับทส.ในการดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานอย่างเต็มที่เพื่อสู้คดีกับผู้กระทำความผิดต่อทรัพยากรธรรมชาติของประเทศ เบื้องต้นรัฐมนตรีทส.กำชับให้เร่งให้ปรับปรุงและยกระดับการปกป้องคุ้มครองสัตว์ป่าในประเทศอย่างจริงจัง เช่น ความร่วมมือระหว่างประเทศ ซึ่งจะมีการหารือกับกลุ่มประเทศสมาชิกตามอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (ไซเตส) เกี่ยวกับข้อกฎหมายระหว่างประเทศและข้อกฎหมายภายในประเทศ จากนี้คงปล่อยให้เป็นหน้าที่ของกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงเดินหน้าในกระบวนการขั้นต่อไป หัวหน้าหน่วยปฏิบัติการนิติวิทยาศาสตร์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้โพสต์ข้อความ และภาพหลักฐาน หลังจากเมื่อวานนี้ (19 มี.ค.) ศาลจังหวัดทองผาภูมิ ตัดสินคดีล่าสัตว์ป่าของนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) และพวกโดยจำคุก 16 เดือน และการยกฟ้องข้อหาร่วมกันเก็บหาของป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติ และข้อหาร่วมกันมีซากสัตว์ป่าคุ้มครอง (เสือดำ) โดยระบุว่าทั้งๆ ที่บอกตัวเองว่าไม่มีอะไรต้องกังวล แต่พอเอาเข้าจริงๆ กลับรู้สึกกังวลขึ้นมา มีอยู่จุดหนึ่งที่ทำให้รู้สึกเช่นนั้น ก็คือการยกฟ้องคุณเปรมชัย เรื่องการครอบครองซากเสือดำ แน่นอนว่าตัวเองนั้นต้องเคารพ และเชื่อมั่นคำตัดสินของศาลอยู่แล้วนะคะ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะมองกลับมาที่ตัวเองว่าทำอะไรบกพร่องไปรึเปล่า? จึงขอทบทวนสิ่งที่ทำไปตามที่สื่อก็ทราบกันดีอยู่แล้วดังนี้ งานนิติวิทยาศาสตร์” ไม่ใช่งานสั้นๆ ที่จะตอบแค่ว่าเป็นสัตว์ชนิดอะไร? เป็นตัวเดียวกันหรือไม่? เพียงแค่นั้น..แต่จะต้องตอบให้ได้มากกว่านั้นหลังจากที่ประมวลรวมผลทั้งหมดแล้ว เช่น เกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นบ้างในที่เกิดเหตุ? เขาไปทำอะไรกันตรงนั้น? ลำดับของเหตุการณ์เกิดอะไรขึ้นก่อนหลัง? แล้วผู้ที่เกี่ยวข้องเขามีพฤติกรรมอะไร? หรือมีเจตนาอย่างไรบ้าง?? ซึ่งสิ่งเหล่านี้ต้องการหลักฐานเชื่อมโยงกันทั้งหมด ข้าพเจ้าคงตอบไม่ได้ในที่นี้ว่ามันเชื่อมโยงกันมากน้อยแค่ไหน โดยตั้งคำถามว่า การเห็นรอยกระสุน เห็นมีดทำครัวและเขียง เห็นซุปในหม้อ เห็นกระดูกที่ทิ้งแล้วเห็นการหมกซาก ย่อมบอกได้ว่าพื้นที่ตรงนี้มีพฤติกรรมการล่า มีการฆ่าสัตว์ให้ตาย มีการชำแหละ มีการปรุงอาหาร มีการบริโภค มีการซุกซ่อน ฯลฯ เป็นต้น มีใครอยู่ตรงนั้นตอนนั้นบ้าง ก็เชื่อมโยงกันไป แล้วพฤติกรรมเหล่านี้มันอยู่ในนิยามความหมายของ การครอบครองซากสัตว์ป่าหรือไม่ ทั้งนี้แต่อีกอย่างนึงที่อยากจะบอกไว้ก่อนเลยก็คือ ไม่มีเจตนาอันใดแม้แต่น้อยที่จะไปพยายามหาจุดผิดให้กับจำเลย ไม่มีอคติใดใด ความมีอคติ-หรือไม่มีอคติ ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องใดใดกับการตรวจ DNA ทุกอย่างเป็นไปตามเนื้อผ้าล้วนๆ ซึ่งโกหกไม่ได้ ปรุงแต่งข้อมูลอะไรก็ไม่ได้ เพราะมันมีหลักฐานทุกขั้นตอนหมด